โครงการรถคันแรก

2012-01-09 85769

จากผลการประชุมคณะรัฐมนตรี เรื่อง โครงการรถคันแรก ได้ผ่านมติคณะรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 จนถึง 31 ธันวาคม 2555 สำหรับรายละเอียดโดยย่อของโครงการรถคันแรกลดภาษีสามารถสรุปได้ว่า กรมสรรพสามิตจะทำการลดหย่อนภาษีสรรพสามิตตามจริง แต่เป็นจำนวนไม่เกิน 1 แสนบาท ซึ่งผู้ซื้อจะต้องซื้อรถยนต์ดังกล่าวเป็นคันแรกโดยที่ไม่เคยซื้อรถยนต์คันอื่นใดมาก่อน รถยนต์ที่สามารถซื้อได้จะต้องมีราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยตัวรถยนต์จะต้องมีขนาดไม่เกิน 1,500 ซีซีสำหรับรถยนต์นั่ง หรือ รถกระบะปิ๊กอัพ หรือ รถยนต์นั่งกึ่งบรรทุก เงื่อนไขที่สำคัญก็คือจะต้องเป็นรถที่มีการผลิตในประเทศเท่านั้น และเงื่อนไขสำคัญอีกประเด็นหนึ่งก็คือผู้ซื้อจะไม่สามารถทำการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์รถยนต์ดังกล่าวในระยะเวลา 5 ปีแรกหลักจากการซื้อ โดยผู้ซื้อจะได้รับเงินภาษีคืนจากกรมสรรพสามิตภายใน 1 ปี นับจากวันที่ทำการยื่นขอภาษีคืน ซึ่งผู้ซื้อจำเป็นต้องกรอกแบบฟอร์มขอคืนภาษีแล้วยื่นกับกรมสรรพสามิตพร้อมเอกสารหลักฐานตามที่กำหนดภายหลังการซื้อ สำหรับข้อมูลโดยละเอียดของโครงการรถคันแรก สามารถอ่านต่อได้ที่ด้านล่างครับ พร้อมกันนี้ทางทีมงาน honda city civic 2016 bmw benz mazda yamaha toyota isuzu 2560 ยังได้นำแบบฟอร์มที่เกี่ยวข้องมาให้ดาวน์โหลดกันด้วย ซึ่งสามารถใช้ในการยื่นกับกรมสรรพสามิตได้ทันที

ประกาศจากกรมสรรพสามิต

 

คำแนะนำสำหรับประชาชนในการขอใช้สิทธิ์ฯ สำหรับรถยนต์ใหม่คันแรกตามนโยบายรัฐบาล

  1. เงื่อนไขการขอใช้สิทธิ์ฯ สำหรับรถยนต์ใหม่คันแรกตามนโยบายรัฐบาล
    1. เป็นรถยนต์ใหม่คันแรกที่ซื้อตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2554 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2555
    2. เป็นรถยนต์ราคาขายปลีกไม่เกิน 1,000,000 บาท/คัน
    3. เป็นรถยนต์นั่งขนาดความจุกระบอกสูบไม่เกิน 1,500 ลูกบาศก์เซนติเมตร/รถยนต์กระบะ (Pick up)/รถยนต์นั่งที่มีกระบะ (Double Cab)
    4. เป็นรถยนต์ที่ผลิตขึ้นในประเทศ ไม่รวมถึงรถยนต์ที่ประกอบจากชิ้นส่วนนำเข้าใช้แล้วจากต่างประเทศ (รถยนต์จดประกอบ)
    5. จ่ายเงินตามสิทธิ์โดยถือจำนวนตามค่าภาษีสรรพสามิตตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท/คัน
    6. ผู้ซื้อต้องมีอายุ 21 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
    7. ผู้ซื้อต้องครอบครองรถยนต์ไม่น้อยกว่า 5 ปี
    8. การจ่ายเงินตามสิทธิ์จะจ่ายให้เมื่อครอบครองรถยนต์ 1 ปีไปแล้ว (เริ่มจ่ายให้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 เป็นต้นไป)
  2. ผู้ซื้อรถยนต์คันแรกสามารถตรวจสอบรายละเอียดยี่ห้อ รุ่นรถยนต์และจำนวนเงินที่มีสิทธิ์ได้รับคืนทาง http://www.excise.go.th หรือตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ทั่วประเทศ
  3. “เมื่อเอกสารครบ” ผู้ซื้อสามารถยื่นคำขอใช้สิทธิ์ฯ ได้ 2 ช่องทาง คือ
    1. สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่/สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขา ตามทะเบียนบ้าน หรือสถานที่จดทะเบียนรถยนต์ โดยผู้ซื้อต้องยื่นเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วนภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2555
    2. ผ่านทาง http://www.excise.go.th เอกสารที่ยื่นพร้อมกับคำขอใช้สิทธิ์มีดังนี้
      • แบบคำขอใช้สิทธิ์ฯ สำหรับรถยนต์ใหม่คันแรกตามนโยบายรัฐบาล
      • สำเนาบัตรประชาชน
      • สำเนาทะเบียนบ้าน
      • สำเนาหนังสือสัญญาเช่าซื้อ (ในกรณีเช่าซื้อ)
      • สำเนาคู่มือการจดทะเบียน
      • หนังสือยินยอมสละสิทธิ์การโอนรถยนต์คันแรก
      • หลักฐานการซื้อขายรถยนต์ (ใบเสร็จรับเงินและหรือใบจอง(ถ้ามี)/สัญญาซื้อขาย/เอกสารการรับมอบรถยนต์)
  4. หากผู้ซื้อยื่นคำขอผ่านทาง http://www.excise.go.th ตามข้อ 3.2 จะต้องส่ง เอกสารต้นฉบับให้แก่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่/สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขา ที่ตนแจ้งความประสงค์ไว้ สำหรับกรณีที่ผู้ซื้อยื่นแบบคำขอในวันที่ 31 ธันวาคม 2555 ผู้ซื้อต้องส่งเอกสารหลักฐานต้นฉบับให้สำนักงานสรรพสำมิตพื้นที่ที่ระบุไว้ในแบบคำขอภายในวันที่ 15 มกราคม 2556
  5. เมื่อผู้ซื้อมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ หรือเปลี่ยนบริษัท/ห้างหุ้นส่วนจำกัดเช่าซื้อ (Refinance) ผู้ซื้อต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ ณ สานักงานสรรพสามิตพื้นที่/สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขา ที่ตนได้แจ้งความประสงค์ไว้ตามข้อ 3
  6. ในการยื่นขอใช้สิทธิ์ฯ สำหรับรถยนต์ใหม่คันแรกฯ ผู้ซื้อสามารถระบุสถานที่ที่จะขอรับสิทธิ์ได้ที่กรมบัญชีกลางหรือคลังจังหวัดทั่วประเทศ
  7. ผู้ซื้อสามารถตรวจสอบการได้รับสิทธิ์ทาง http://www.excise.go.th หรือ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ยื่นคำขอฯ ไว้ หรือทาง E-mail หรือ SMS หลังจาก 3 เดือนนับจากวันที่ยื่นเอกสาร
  8. เมื่อผู้ซื้อได้ครอบครองรถยนต์ 1 ปี ไปแล้ว (เริ่มจ่ายให้ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2555 เป็นต้นไป) จะได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากกรมบัญชีกลาง/คลังจังหวัด
  9. หากผู้ซื้อได้รับสิทธิ์แล้ว แต่ภายหลังกระทำผิดเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งที่ระบุไว้ในคำขอใช้สิทธิ์ฯ สำหรับรถยนต์ใหม่คันแรกตามนโยบายรัฐบาล ผู้ซื้อมีหน้าที่ต้องนาเงินที่ได้รับไปส่งคืนทางราชการภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง
  10. หากมีปัญหาหรือมีเหตุขัดข้อง สามารถติดต่อสอบถามได้ทางสายด่วน 1713 หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่/สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขา ทั่วประเทศ

แสดงความคิดเห็น


???????????